how to choose an e-scooter

8 ทริคเด็ดในการเลือกซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

how to choose an e-scooter

เป็นปกติ เมื่อเราเดินเข้าไปที่ร้านขายสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เรามักจะเลือกซื้อจากการมองด้วยตาเปล่า และจากรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น

หนึ่งข้อหลักที่ผู้เริ่มต้นใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากังวล คือ การขาดความรู้ความเข้าใจ ในการเลือกซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเพื่อให้ได้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ดีที่สุด จากสกู๊ตเตอร์ทั้งหมดที่มีวางขายอยู่อย่างมากมายในท้องตลาด ซึ่งจะแตกต่างจากตลาดรถยนต์ ตรงที่ Wild West สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ไม่มีนักรีวิวอิสระที่น่าเชื่อถือ เหมือนกับตลาดรถยนต์

เพื่อช่วยให้ท่านผู้อ่านตัดสินใจได้ว่าชีวิตปัจจุบันนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ทาง เราได้จับมือกับ Victor จาก Falcon PEV ซึ่งเป็นผู้นำในการขายสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและอะไหล่ รายใหญ่ของสิงคโปร์ได้แนะนำวิธีการในการเลือกซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ดีที่สุด ให้เหมาะกับความจำเป็นของผู้ใช้ที่สุด

เกณฑ์ในการตัดสินใจ

ในหลาย ๆ ด้าน การค้นหาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ก็เหมือนกับการค้นหารถยนต์ที่เหมาะสมกับเราสักคัน ถ้าหากคุณมีลูกเล็กๆ หลายๆ คน คุณอาจจะเลือก MPV เพื่อโดยสารพวกเขา แต่ถ้าคุณเป็นคนโสด คุณอาจจะเลือกรถเก๋ง 2 ประตู ที่จะเป็นความชอบโดยส่วนตัวของคุณมากกว่า

การเลือกสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ก็เหมือนกัน หากคุณอยากนำสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เพื่อใช้ในการเดินทางไปทำงานและกลับบ้าน การเลือกสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบบพกพา มีน้ำหนักเบา สำหรับผู้ขับขี่เพียงคนเดียวดูจะเหมาะกับคุณมากกว่า อย่างไรก็ตามหากคุณกำลังมองสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสำหรับบรรทุกเด็กๆไปเที่ยวหรือไปโรงเรียน การเลือกสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า แบบหลายขาและมีมือจับดูจะเหมาะสมกว่า

ต่อไปนี้ คือ 8 ทริคเด็ด ซึ่งสำคัญมากที่สุด ที่ต้องคำนึงถึงเมื่อเลือกซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 

1. น้ำหนัก

นี่เป็นข้อควรพิจารณาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหลายท่าน น้ำหนักเป็นเรื่องสำคัญหากคุณต้องแบกหรือถีบสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไปตลอดการเดินทาง สำหรับผู้ใช้งานแล้วมักจะหาวิธีแก้ปัญหาสำหรับคำถามที่ว่า "ฉันจะผ่านฝูงชนในชั่วโมงเร่งด่วนในตอนเช้าได้อย่างไร" หรือคำถามที่ว่า "ฉันจะมีความสุขในการใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของฉันได้อย่างไร"

ผู้ใช้งานมักจะเลือกสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบาต่ำกว่า 10 กก. และมีส่วนประกอบของคาร์บอนไฟเบอร์  ZERO 2.0 และ Inokim Mini หากคุณชอบความมั่นคงและความสะดวกสบายในหารพกพา ออปชั่นนี้ถือว่าเหมาะสำหรับคุณ

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบบนี้ยังมีออปชั่นอื่นอีก นั่นคือ การปรับสมดุลเมื่อต้องหยุดกะทันหันในระหว่างการใช้งาน ความสะดวกสบายและความแรงของเครื่องยนต์ แม้ว่าโดยปกติคนมักจะมองข้ามน้ำหนักที่มากกว่า 10 กก. ในการพกพา แต่ก็ยังมีการเพิ่มฟังก์ชั่นในการพกพาเข้าไปอีก เช่น ฟังก์ชั่นรถเข็น ออปชั่นประเภท มีอยุ่ในยี่ห้อ E-TWOW Booster PlusInokim Light และ IMAX Q5

สำหรับการใช้งานในพื้นที่ไม่เรียบ มีความขรุขระ ผู้ใช้งานมักไม่สนใจในเรื่องของน้ำหนักมากนัก แต่จะคำนึงถึงเรื่องความสะดวกสบายและประสิทธิภาพในการใช้งานมากกว่า ดังนั้น ออปชั่นต่างๆ คือความสมบูรณ์แบบ สกู๊ตเตอร์ที่ได้รับความน่าเชื่อถือสำหรับออปชั่นแบบนี้ มียี่ห้อ Inokim Quick 3 ไปจนถึง Dualtron Ultra ซึ่งเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา

Dualtron powerful fast electric scooters

2. ขนาดของล้อ

ข้อนี้อาจจะไม่ได้อยู่ในเกณฑ์การพิจารณาของผู้ใช้งานหลายๆท่าน แต่ขนาดของล้อถือเป็นปัจจัยสำคัญอีกข้อหนึ่ง ซึ่งมันเป็นตัวกำหนดน้ำหนักของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, ความปลอดภัยในการขับขี่และความสบายในการขับขี่

ล้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มีขนาดเล็กกว่าอยู่ระหว่าง 5 นิ้ว (ZERO 2.0) ถึง 8 นิ้ว (E-TWOW) และยางนอกมีขนาดใหญ่กว่า 10 นิ้วขึ้นไป (Inokim Quick, Dualtron ฯลฯ ) สกู๊ตเตอร์ทั้งหมดนี้มีมอเตอร์แบบรวมศูนย์ ซึ่งพอดีเมื่อสวมมอเตอร์ขนาดใหญ่เข้าไปในล้อสกู๊ตเตอร์ขนาดใหญ่ได้

e-twow wheels e-scooter

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มีล้อขนาดเล็กจะมีน้ำหนักเบา มือจับเล็ก และประสิทธิภาพน้อยว่า รถสกู๊ตเตอร์ที่มีล้อขนาดใหญ่จะมีแรงดึงมากกว่า ทำให้ไม่ลื่นง่ายแม้ใช้งานบนผิวเปียกขึ้น ซึ่งได้มีการติดตั้งมอเตอร์ที่ใหญ่กว่า เพื่อให้มีประสิทธิภาพที่มากขึ้นในการขับขี่

3. มอเตอร์ไฟฟ้า

มอเตอร์ไฟฟ้าและขนาดของล้อควรมีขนาดที่เข้ากันพอดี เพราะหากมอเตอร์ไฟฟ้ามีขนาดใหญ่กว่าและล้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบบรวมศูนย์กลางเล็กกว่า เมื่อนำไปใช้งาน จะพบว่าเกิดการลื่นไถลได้ง่าย ซึ่งถือว่าอันตรายมาก ขนาดของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ควรใช้เพื่อความปลอดภัยคือ 250W แต่อาจจะเป็นปัญหาเมื่อต้องปีนขึ้นทางลาดชัน

มอเตอร์ไฟฟ้าที่มีขนาด 350W-450W เป็นขนาดมาตรฐาน แต่ผู้ผลิตได้ค้นพบที่จะทำให้มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังแรงขึ้นด้วยแพคเกจขนาดเล็กกว่า นั่นคือ การขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้าที่สูงเท่ากับ 1000 วัตต์ ด้วยมอเตอร์ฮับแบบล้อเดียวที่มีขนาด 10 นิ้ว

ผู้ใช้งานควรพิจารณาพื้นที่ที่ต้องเดินทางไปด้วย ถ้าจุดหมายปลายทางนั้นมีความชันมากกว่า 10องศา ควรใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 400 วัตต์หรือมากกว่าเพื่อช่วยให้สามารถปีนไปบนพื้นที่ลาดชันได้ง่าย (คิด ETWOW Booster Plus หรือ Inokim Quick 3) 

4. งบประมาณ

แม้ว่าคุณจะมีเงินในกระเป๋า แต่งบประมาณถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่ผู้ใช้สกู๊ตเตอร์ได้ไปซื้อมาจากร้านไฮเปอร์มาร์ท ด้วยราคาต่ำถึง 10,000 บาทหรือสูงถึง 125,000 บาท เมื่อซื้อจากร้านค้าระดับพรีเมียม โดยราคาปกติของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง 25,000 บาทถึง 45,000 บาท

รถสกู๊ตเตอร์ที่มีราคาสูงที่สุดในประเทศไทยคือ Speedway Mini 4 ซึ่งมีความเร็วสูงสุด ถึง35 กม. / ชม. และขับเคลื่อนไปได้ด้วยระยะทางสูงสุด 35 กม. นอกจากนี้ยังมีระบบกันสะเทือนด้านหน้าและด้านหลังเพื่อช่วยให้คุณเดินทางได้ง่ายแม้บนถนนที่ขรุขระของเมืองไทย และด้วยข้อดีที่สุดนี้ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้านี้มีราคาเพียง 19,900 บาทเท่านั้น

ถ้าคุณใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้านี้ในการเดินทางในชีวิตประจำวัน และทำให้คุณไม่ต้องใช้บริการขนส่งสาธารณะเลย จึงควรลงทุนให้คุ้มค่าเพื่อความสะดวกสบายที่มากกว่า มีประสิทธิภาพมากกว่า นั่นคือการซื้อยางรถสกู๊ตเตอร์ที่ใช้งานร่วมกับมอเตอร์ที่มีกำลังแรงอย่างน้อย 350W ซึ่งอาจเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกเล็กน้อย แต่จะช่วยให้การขับขี่ได้รับความสะดวกสบายขึ้น

หากคุณวางแผนที่จะนำสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขึ้นไปกับบริการขนส่งสาธารณะด้วย จึงควรพยายามใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบาและพกพาได้ง่าย ซึ่งผู้ใช้จะใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสำหรับการเดินทางในช่วงระยะสุดท้ายของการเดินทาง เพราะฉะนั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญ ถ้าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจะไม่มีประสิทธิภาพและไม่สะดวกสบาย คุณสามารถซื้อสกู๊ตเตอร์ที่มีราคาต่ำกว่า 25,000 บาท

5. ระยะทาง

ระยะทางถือเป็นสิ่งที่ควรนำมาพิจารณาเพราะมันมีความสมดุลกับปัจจัยอื่น ๆ ยิ่งใช้ระยะทางไกลเท่าใดก็ต้องใช้แบตเตอรี่มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งทำให้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหนักขึ้นด้วย
ระยะทางในการเดินทางโดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 2 กิโลเมตรหากเทียบด้วยระยะทางรถไฟ หรือ 10 กม. สำหรับการเดินทางไปที่ทำงานด้วยระยะทางตรง หากเป็นเช่นนี้ ควรใช้ความจุแบตเตอรี่ 5.2Ah ถึง 7.8Ah จึงจะเพียงพอ
สำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในการเดินทางมาพักผ่อนซึ่งต้องเดินทางเป็นระยะทางไกลถึง 35 กม. หรือมากกว่า ควรที่จะใช้แบตเตอรี่มีความจุ 10.4Ah ขึ้นไป หรือมากกว่า แบตเตอรี่ภายในควรมีความจุสูงถึง 20Ah และหากได้รับการอัพเกรดแบตเตอรี่สำรองภายนอก สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าควรมีความจุรวมสูงถึง 26Ah

6. คุณภาพแบตเตอรี่

lithium ion e-scooter battery

เนื่องจากแบตเตอรี่ Li Ion มีราคาสูงถึง 1/3 ของต้นทุนสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า คุณจึงควรเลือกแบตเตอรี่ที่มีคุณภาพดีและมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า
แบตเตอรี่จากประเทศจีนมีราคาถูกกว่า (ประมาณ ครึ่งหนึ่ง) แบตเตอรี่เกาหลีหรือญี่ปุ่น นั่นคอ แบตเตอรี่จาก Samsung, Sanyo หรือ LG อย่างไรก็ตามแบตเตอร์รี่จากจีนมีอายุการใช้งานเพียงครึ่งอายุของแบตเตอรี่นำเข้า ดังนั้น แบตเตอร์รี่นำเข้าจะมีความเสถียรมากกว่า ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดการไหม้ หรือระเบิดเมื่อมีการประจุไฟเกิน (Overcharge) หรือ ความร้อนที่มากเกินไปหรือการสั่นสะเทือนรุนแรง
แบตเตอรรี่พานาโซนิคเป็นเทคโนโลยีLi Ion มาตรฐานทองคำ เป็นแบตเตอร์รี่ชนิดเดียวที่ใช้กับรถยนต์ ของเทสลา ซึ่งมีราคาแพงมาก แบตเตอร์รี่ซัมซุงถือเป็นแบตเตอร์รี่ที่มีคุณภาพดีกว่า Sanyo และ แบตเตอรี่ของ LG ที่มีคุณภาพต่ำกว่า
แบตเตอรี่คุณภาพสูงเหล่านี้มีอายุเฉลี่ย 500 รอบการชาร์จ จากนั้นความจุจะลดลงถึง 70% จากเมื่อใช้ครั้งแรก สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ายี่ห้อ Inokim ใช้แบตเตอร์รี่ของ Samsung หรือ Sanyo ขณะที่ Stigo ใช้แบตเตอรี่ของพานาโซนิค

7. การรับประกัน

รถสกู๊ตเตอร์คุณภาพดี ร่วมกับชุดแบตเตอรี่คุณภาพดี มักจะมาพร้อมกับการรับประกันมาตรฐานจากโรงงานหนึ่งปี

ประเทศที่มีกฎหมายมะนาวมักรับการรับประกันขั้นต่ำ 6 เดือน สำหรับผู้ใช้งานสกู๊ตเตอร์ แต่ผู้ผลิตสกู๊ตเตอร์ที่มีชื่อเสียงจะรับประกันอย่างน้อยเป็นเวลา12 เดือน เมื่อซื้อกับร้านค้าใหญ่ๆ จะได้รับการรับประกันที่น่าเชื่อถือ เมื่อซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

ทำไมการรับประกันจึงสำคัญ ? ประเภทของแบตเตอรี่มีราคาแพงถึง 1/3 ของราคาสกู๊ตเตอร์ ดังนั้นหากคุณผู้ใช้งานสกู๊ตเตอร์คิดว่าคุณได้รับข้อเสนอที่ดีจาก สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า โดยไม่มีการรับประกัน คุณควรคิดอีกครั้ง คุณต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในอนาคตในการเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือมอเตอร์ที่ชำรุดในอีก 6 เดือนข้างหน้า เงินที่คุณเก็บไว้ ไม่ใช่เพื่อนำมาจ่ายให้กับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเพียงเพราะเหตุผลนี้ แต่ควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งานในการเป็นรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสักเครื่อง

8. บริการหลังการขาย

service repair e-scooter thailand

มันก็เหมือนกับการเป็นเจ้าของรถยนต์ สักคันหนึ่ง สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หนึ่งคันต้องได้รับการซ่อมแซมและบำรุงรักษาเป็นประจำ ควรแน่ใจว่า คุณพร้อมที่จะ เสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและ การบำรุงรักษาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไหม การเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่ ต่างๆ เช่นเบรคและยางมีการเสื่อมสภาพและศูนย์บริการที่น่าเชื่อถือได้จะ ช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น ในการใช้บริการและนำสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า กลับมาใช้งานอีกครั้ง

เอาล่ะ คุณก็มี 8 ทริคเด็ด ในการเลือกซื้อ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ด้วยราคาที่ดีและคุณภาพเหมาะสมกับคุณสักคัน ก่อนที่คุณจะเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ด้วยการควักกระเป๋า เพื่อรูดบัตรเครดิต คุณควรอ่านบทความนี้ และคุณจะขอบคุณเราค่ะ

Previous article Zero 2.0: The world's lightest e-scooter reviewed by CNET
Next article Stuff.tv Review of the Inokim Light and Inokim Quick

Comments

xljhonxliv - September 15, 2020

8 Things To Consider When Choosing An E-Scooter — Falcon Go
axljhonxliv
[url=http://www.gz83s780kti76yf78th3c7a6h22l62ucs.org/]uxljhonxliv[/url]
xljhonxliv http://www.gz83s780kti76yf78th3c7a6h22l62ucs.org/

gnfsvrrxkv - September 7, 2020

8 ทริคเด็ดในการเลือกซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า — Falcon Go – สคูเตอร์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดในเมืองไทย
[url=http://www.g17w4jf786g0k6c0y7w994r6s43oufwhs.org/]ugnfsvrrxkv[/url]
gnfsvrrxkv http://www.g17w4jf786g0k6c0y7w994r6s43oufwhs.org/
agnfsvrrxkv

Leave a comment

* Required fields